ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

How to create new personal brand

How to create new personal brand
วิธีสร้างแบรนด์ในตัวคุณ
1.Changing Your Image
เปลี่ยนภาพลักษณ์ของคุณ
-Stop reaching for any and every bit of publicity.
งดการกระทำที่ผิดแม้เล็กๆน้อยๆ ในที่สาธารณะ
-Decide and lay out your core values.
ตัดสินใจและออกแบบค่านิยมหลักของคุณ
-Continue learning and updating your knowledge, especially if your expertise is based around the online world.
เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อัพเดทความรู้ของคุณ โดยเฉพาะความรู้รอบตัวข่าวสารต่างๆในโลกออนไลน์
- Market your personality.
ขายบุคลิกของคุณ
You should have a clearly identifiable personality so that people can easily feel like they know you personally.
คุณควรจะสังเคราะห์บุคลิกของคุณ ซึ่งมันทำให้คนอื่นรู้สึกได้ว่าเขารู้จักบุคลิกของคุณ
2.Communicating with People
สื่อสารกับบุคคล
-Communicate with people openly and constantly. Embrace this age of social media and let everyone into your life.
สื่อสารกับบุคคลด้วยความเปิดกว้างและหนักแน่น กล้าที่จะให้ทุกคนในโซเชียลมีเดียรู้จักการใช้ชีวิตของคุณ
-Network all the time. Try to build relationships with as many people as possible.
ติดต่อเครือข่ายตลอดเวลา  พยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลมากเท่าที่จะมากได้
- leaves a strong impression on the people who interact with you.
สร้างความประทับใจให้กับคนที่มาติดต่อกับคุณ
-Find your allies. Look for people with an audience that you want to reach, the movers and the shakers, the big names.
หาพันธมิตร  มองหาบุคคลที่คุณพร้อมจะรับฟัง นักเคลื่อนไหว ผู้ทรงอิทธิพล ผู้นำความเปลี่ยนแปลง
- You want to get in their inner circle. Comment on their writing, keep track of them on social media, help them when they ask for it, if they have a blog try to guest-post.
คุณควรที่จะไปในใจพวกเขา  คอมเม้นเวลาที่เขาโพสต์ ติดตามพวกเขาในโซเชียลมีเดีย ช่วยเขาเวลาต้องการการช่วยเหลือ ถ้าพวกเขามีบล็อคก็เข้าไปโพสต์เพื่อให้กำลังใจเขา
-Communicate even when you're not.
พยายามสื่อสารแม้ว่าคุณจะอยู่ในที่ที่สื่อสารไม่ได้
3.Promoting yourself
ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ตัวคุณเอง
-Let people see you. People need to feel like they know you, especially if your online presence is your main business.
ทำให้คนทั่วไปเห็นคุณ คนทั่วไปชอบที่จะรู้สึกแบบที่เขารู้จักกับคุณ  โดยเฉพาะเวลาที่คุณนำเสนอธุรกิจหลักของคุณ  เขาจะรู้จักคุณจากที่คุณโพสต์
-Get great actions shots of you doing what you do best.
สร้างฉากที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ทำงานให้เต็มที่
-Be present and active on social media.
ชอบนำเสนอและแอคทีฟในโซเชียลมีเดีย
-Get a unique business card.
มีนามบัตรที่ไม่เหมือนใคร ดูน่าสนใจ
-Get a great head shot.
มีภาพถ่ายที่หน้าจดจำ
-Put a lot of work into how you look.
ทำให้เหมือนว่าคุณมีงานมาก คุณทำงานอะไรอยู่
-Get a good bio written.
เขียนประวัติให้ดูดี สวยงาม
4.Succeeding LongTerm
ทำให้สำเร็จในระยะยาว
- Create your content.
สร้างเนื้อเรื่องของคุณ
- A strong personal brand is not going to provide much benefit unless you have valuable output to pair it with - a great service, a great blog, a great app, great public speaking skills, or something else.
แบรนด์ในตัวคุณที่แข็งแกร่งคือ คือไม่ใช่มอบเงินอะไรมากมายแต่เป็นการนำเสนอคุณค่าผ่าน การบริการที่ดี การเขียนบล็อกที่ดี การโพสต์ในโซเชียลมีเดียที่ดี การสร้างแอปที่ดี การพูดในที่ประชุมที่ดี หรืออื่นๆ
- Create change.
สร้างการเปลี่ยนแปลง
- You need to be an active force in your field. You need to be changing, innovating, and making a significant contribution to your field at all times or else your brand will die out over time.
คุณจำเป็นต้องแอคทีฟในสิ่งที่คุณทำอยู่  คุณจำเป็นต้องแปลงแปลง สร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างความแตกต่างที่สำคัญในการงานของคุณตลอดเวลา อย่าให้สมองตาย
-Speak up.
ขยันพูด
- Take any opportunity you can to give speeches or present your work. When in meetings or discussions with people, take the initiative and speak up for your ideas.
ใช้ทุกโอกาสให้มีคุณค่าทุกครั้งที่คุณได้นำเสนอผลงาน  หรือการประชุม พยายาม discuss กับผู้คน แสดงความคิดเห็น เริ่มคิดเริ่มทำสิ่งที่ดี นำเสนอความคิดของคุณ
-Keep your brand fresh.
สร้างภาพลักษณ์ให้ดูสดใหม่
-Play the long game. Look at your personal brand as an investment: your personal brand has the potential to last longer than your own lifespan.
การสร้างแบรนด์ระยะยาว พยายามมองตัวเองเป็นนักลงทุน นักธุรกิจ รักษามาตรฐาน ให้คนอื่นเห็นคุณแบบนี้ไปตลอดชีวิตคุณ
-People will follow your brand from project to project if they feel connected to it. --When launching new projects, your personal brand has the potential to guarantee you never have to start from scratch again.
คนทั่วไปจะติดตามแบรนด์ของคุณจากงานที่คุณทำ ถ้าเขารู้สึกอยากติดต่อด้วย  เมื่อคุณสร้างแผนงานใหม่  แบรนด์ของคุณได้รับประกันให้คุณแล้วว่าคุณจะได้ทำงานนั้นแน่นอน
พิษณชัย แปล
Reference.

http://www.wikihow.com/Build-Your-Personal-Brand

Summary of Marketing Mix


วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการสื่อสาร ( Fundamental Decision )

ปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการสื่อสาร ( Fundamental Decision ) ก่อนการวางแผนการสื่อสารต้องคำนึงถึงอะไร
1.ลูกค้าเป้าหมายของการสื่อสาร ( Targeting )
2.ตำแหน่งการตลาดของแบรนด์ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ในใจลูกค้า ( Brand Positioning )
3.การกำหนดวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร ( Odjective ) ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร วัดผลอย่างไร เช่น สร้างการรับรู้ของแบรนด์ เตือนความจำ กระตุ้นให้ซื้อ การวางวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ทำให้การวางกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดได้ง่ายขึ้น
4.การกำหนดงบประมาณ ( Budgeting ) ต้องทำควบคู่ไปกับการกำหนดวัตถุประสงค์ คือ การกำหนดงบประมาณว่า จะใช้เท่าไรในระยะเวลาเท่าไร โดยทั่วไปการกำหนดงบประมาณทำได้ 4แนวทาง คือ
 
1.กำหนดงบประมาณตามความสามารถที่จ่ายได้ แนวทางนี้มีข้อเสีย คือการทำให้การสื่อสารไม่ส่งผลตามเป้าหมาย เพราะงบประมาณมีจำกัด ถ้าเป็นเช่นนี้ต้องวางแผนให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
2.กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ข้อดีของวิธีการนี้คือการกระตุ้นให้ต้องขายให้ได้ตามเป้าหมาย ใช้งบประมาณตามยอดขาย ข้อเสีย คือยอดขายเป็นเพียงการพยากรณ์ล่วงหน้า ย่อมมีความไม่แน่นอน หากไม่ควบคุมติดตามค่าใช้จ่ายงบประมาณผลลัพท์อาจผิดพลาดได้3.กำหนดงบประมาณเท่างบประมาณของคู่แข่ง วิธีนี้คงต้องทำตัวเป็นนักสืบ เพราะงบประมาณด้านการสื่อสาร ไม่ค่อยมีใครบอกใครตรงๆ4.กำหนดงบประมาณตามวัตถุประสงค์และงานที่ต้องทำ วิธีการนี้ดีที่สุด เพราะก่อนที่จะกำหนดงบประมาณ ต้องศึกษาให้ดีว่างานที่ทำคืออะไร ทำทำไม เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และคาดหวังผลตอบรับอะไร

Re-positioning

การสื่อสารการตลาดแบบ Re-positioning เป็นเครื่องมือที่ใช้ค่าใช้จ่ายสูง และมีความเสี่ยงสูงที่สุดในบรรดาเครื่องมือทั้งหลายในการบริหาร Brand Portfolio การ Repositioning ทำได้โดย 3 แบบ คือ ออกแคมเปญใหม่ ออกสินค้า หรือบริหารใหม่ที่แสดงถึงทิศทางใหม่ของ Portfolio หรือร่วมกับบริษัทหรือ Brand Portfolio อื่นที่ใกล้เคียงกับตำแหน่งที่ท่านอยากสร้างใหม่ให้ Brand Portfolio ของท่าน
การ Repositioning ทำได้โดย 3 แบบ คือ
1.สร้างภาพลักษณ์ใหม่ โดยใช้วิธีการสื่อสารการตลาด เพื่อปรับเปลี่ยนการรับรู้ของผู้บริโภค (Psychological Repositioning) ด้าน Brand Vision / Logo / Name / Image / Advertising Campaign เช่น 7 UPจากน้ำอัดลมเพื่อ ดับกระหาย เป็น the UnSponge Cola
2.วางตลาดผลิตภัณฑ์หรือบริหารใหม่ หรือปรับปรุงตัวผลิตภัณฑ์ เดิมให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่ต้องการ โดยใช้เทคโนโลยี คุณภาพ Core Benefit และประสบการณ์ เช่น KTB จากแบงก์ของรัฐและข้าราชการ เป็น Convenience Bank ในห้างสรรพสินค้า
3.เพิ่ม หรือลดราคา เช่น ข้าวกล้อง แพงกว่า ข้าวขาว
4. ร่วมกับแบรนด์อื่นที่ใกล้เคียงกับตำแหน่งที่อยากสร้างใหม่ เช่น Sony - Erickson

Tools>>Marketing communication

Tools>>Marketing communication
สื่อ Media
1.โทรทัศน์. วิทยุ
2.นิตยสาร หนังสือพิมพ์
3.Internet online + social media
4.Event
5.out of home สื่อนอกบ้าน สื่อเคลื่อนที่

วิธีที่คุณสามารถจะตัดและรักษาพนักงานที่ดีที่สุดของคุณ

วิธีที่คุณสามารถจะตัดและรักษาพนักงานที่ดีที่สุดของคุณ
ผู้ฝึกอบรมการขายระหว่างประเทศแอนดี้เพรสตันให้คำแนะนำของเขาว่า  บุคลากร คือที่สินทรัพย์ที่สำคัญทางธุรกิจ


เมื่อธุรกิจรู้สึกว่าต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น  มันสามารถที่ดึงดูดสำหรับนายจ้างที่จะมองไปในที่ที่คมชัด และแก้ไขอย่างรวดเร็วและการตัดส่วนที่ไม่สำคัญกับความท้าทายทางการเงินของพวกเขา
การลดพนักงานสามารถเป็นวิธีการตัดที่ธุรกิจจำนวนมากจัดการกับความเครียดของค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่มันก็ยังสามารถมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สำคัญ

แต่มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ถ้าจะใช้มองในระยะยาวและให้แน่ใจว่าพวกเขายังคงมีความสามารถและสร้างแรงจูงใจแก่ของพวกเขาได้
 ในสภาพตลาดในปัจจุบัน ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาสมาชิกของพวกเขามากกว่าสิใดในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีความต้องการการลดขนาดการตัดค่าใช้จ่ายและการแช่แข็งการจ้างงานสมาชิกหลักที่จะผลักดันให้บริษัทประสบผลสำเร็จ หรือเพื่อเป็นการเอาตัวรอดของบริษัทในบางครั้งก็ได้

ต้องไรก็ตาม บริษัทต้อง มีแผนในสถานการณ์ที่จะต้องรักษากระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจพนักงานคนสำคัญของบริษัท
หรือหลายองค์กรมอบเงินพิเศษแก่พนักงาน พนักงานที่ดูเหมือนว่าจะอยู่กับบริษัทนานๆ เรานับได้ว่าเรากำลังสร้างความเชื่อให้เกิดขึ้นมา


นี่คือผู้คนที่ทำงานหนักมากเป็นเวลานาน  บุคคลที่ทำงานเวลาเพิมพิเศษบุคคลที่สำคัญในเหตุการณ์นั้น บุคคลที่สามารถจัดการกับปัญหาในสถานการณ์ที่คุณอยู่ห่างจากสำนักงาน
บุคคลที่ไว้ใจได้ ต่อทรัพย์สินของบริษัทและธุรกิจไม่มีการหยุดชงัก บุคคลเหล่านี้สมควรแก่การได้รับเงินพิเศษแล้วหรือยัง ถ้าคุณไม่แยแสเขาเขาก็หมดกำลังใจ
พวกเขาตัดสินใจที่จะทำงานหนัก และเริ่มที่จะมองหาโอกาสอื่นด้วย ถ้าสิ่งนี้ยังไม่ใช่คำตอบสำหรับพวกเขา

ดังนั้น พวกเราจะแยกแยะบุคคลสำคัญหรือคีย์แมนได้อย่างไร

เมื่อการตลาดที่แข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น  บุคคลสำคัญในทีมที่แตกต่างจากบุคคลอื่นๆที่ผ่านมา ดังนั้นเราจะแยกแยะ คีย์แมน สำหรับงานนี้ได้อย่างไร
 รวมถึงคีย์แมนสำหรับอนาคตด้วย  ในธุรกิจที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาด มันยากมากขึ้นแต่คุณสามารถทำมันให้สำเร็จง่ายๆด้วยแบบฝึกหัดต่อไปนี้

แบบฝึกหัดคือ นำกระดาษเปล่ากับปากกามาแท่งนึง
ผมต้องการให้คุณจินตนาการว่าถ้าคุณทำธุรกิจอีกครั้งวันนี้และคุณเริ่มออกแบบองค์กรของคุณให้ประสบความสำเร็จในตลาด วางแผนผังองค์การว่า ธุรกิจควรจะเป็นอย่างไร ด้วยตำแหน่งหลักๆ
ตอนนี้คุณมองกลับไปมองมันอีกครั้ง ว่ามันแตกต่างกับปัจจุบันของคุณหรือไม่
ถ้าคุณสามารถเติมชื่อและตำแหน่งของพนักงานของคุณในแผนผังได้ ใครคือคีย์แมน (บุคคลสำคัญ)  คนที่คุณไม่สามารถทำอะไรได้ถ้าไม่มีเขา พวกเขาแตกแต่างจากคีย์แมนที่คุณมองในปัจจุบันหรือไม่

ในระบบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตัวเอง และความต้องการของพวกเขาในภาวะตลาดปัจจุบัน มันคงดูเหมือนว่าบุคคลสำคัญสามารถเปลี่ยนแปลงปรับตัวได้
ทีมของคุณในบอร์ดเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่  พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร คุณสามารถที่จะไว้ใจพวกเขาในโครงสร้างใหม่หรือไม่

Motivating and leading the team
การจูงใจและนำพาทีม
ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ บุคคลต้องการความเป็นผู้นำมากกว่าแต่กว่า ผู้นำที่่จะดูแลคุณสำหรับชี้นำ การกระตุ้นจูงใจและสร้างแรงบรรดาลใจ
ถ้าคุณปฏิบัติทุกๆอย่างที่เปลี่ยนไปในธุรกิจ คุณต้องการสรรหาพนักงานของคุณและเข้าร่วมบุคคลสำคัญของคุณ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นที่สำคัญของคุณเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงประสบความสำเร็จและเหนี่ยวแน่ว

การเปลี่ยนแปลงหลายๆโปรแกรมการจัดการผิดพลาดเพราะมันผิดตั้งแต่การเลือกตัวผู้เล่นในแผนผัง
 เขาชอบสิ่งที่พวกเขาเป็นและนานขึ้นพวกเขาเคยอยู่ในธุรกิจและอย่างยิ่งที่พวกเขาชอบมันคือทางเดิมของเขา
คุณจำเป็นที่จะต้องนั่งคุยกับพวกเขา คีย์แมนและสมาชิกของพวกเขาเพราะอธิบายถึงความเปลี่ยนแปลง
เหตุผลว่าทำไมจึงต้องเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่พวกเราต้องการเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จ และสรรหาพวกเขาเข้าไปในเป้าหมายใหม่ระบบใหม่
ความผิดพลาดในการนำพาคนไปในขั้นตอนสำคัญอาจทำให้เกิดความผิดพลาดของโครงการหรืออาจมีคนต่อต้านเป็นอย่างน้อย

Setting up and managing the perfect team  การจัดตั้งและบริหารทีมที่สมบูรณ์แบบ
ถ้าคุณวางแผนที่จะจัดทีมงานใหม่หรือปรับปรุงโครงสร้างองค์การ และบุคคลในผังนั้น
คุณมีโอกาสที่ดีที่ดูธุรกิจและจัดตั้งทีมที่สมบูรณ์แบบในนั้น
ดังนั้น ทีมที่สมบูรณ์แบบเป็นอย่างไร ทำจากอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนออกแบบสำหรับความสำเร็จในภาวะตลาดปัจจุบัน
เดี๋ยวนี้คุณต้องการบุคคลที่มีความกระตือรือร้น ซึ่งสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องบอกหรือต้องการคุณคอมเฟิร์มงาน  คุณต้องการให้เขาตัดสินใจและเดินหน้าต่อแทนคุณ คุณตองการคนที่อยู่ข้างคุณ ซึ่งคุณสามารถไว้ใจให้ปฏิบัติได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
ไม่มีที่ไหนสำคัญเท่าทีมงานขายของคุณ ทีมขายของคุณสำคัญมากสำหรับธุรกิจ และปัจจุบันพวกเขาสำคัญมากกว่าแต่ก่อน พวกเขามีอิทธิพลต่อยอดขายของคุณและความอยู่รอดของบริษัทในเหตุการณ์ปัจจุบัน
ดังนั้น ใครควรจะเป็นทีมขายของคุณ ซึ่งคุณสามารถอธิบายตัวอย่างนิสัยความคิดเขาได้ ถ้าตอนนี้ที่เป็นสมาชิกของทีมงานขายของคุณที่มีอย่างสม่ำเสมอแสดงให้เห็นถึงลักษณะดังกล่าวข้างต้น พวกเขากำลังจะต้องเผชิญการคัดค้านจากลูกค้ามากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาก่อน  แต่ถ้าเราไม่มีงบประมาณไม่

สำหรับช่วงเวลา' และ เราต้องการที่จะได้รับมากขึ้นไม่กี่คำสั่งซื้อ และเหล่านี้คือ จากลูกค้าที่จะได้รับคำสั่งโดยไม่ได้มองอย่างละเอียดไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

พวกเขายังจะต้องเผชิญกับการคัดค้านมากขึ้นและการปฏิเสธจากโอกาสทางธุรกิจใหม่กว่าที่เคย มีกำลังจะเป็นคู่แข่งที่มากขึ้นในการจัดการทุกโครงการอื่น ๆ ที่จะถูกยกเลิกและ หลายบริษัทที่กำลังจะปิดกิจการของพวกเขากว่าที่เคย วิธีการที่ทีมขายของคุณวางไว้ที่จะรับมือ และวิธีการที่คุณสนับสนุน

พวกเขาแตกต่างจากก่อนหรือไม่
คุณจำเป็นต้องทำงานกับทีมขายของคุณและพัฒนาทัศนคติของพวกเขาทักษะและความสามารถมากขึ้นในตลาดปัจจุบันกว่าก่อนหน้านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าทักษะการขายของพวกเขาคมชัด เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถแสดงความดื้อรั้นมุ่งมั่นความยืดหยุ่นตนเองแรงจูงใจความมั่นใจและประสบ

ความสำเร็จในลักษณะที่เป็นกับพนักงานงานที่ยอดเยี่ยม





วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

IMC

โดยเริ่มจาก การตั้ง Objectives, คิด Themes แนวเรื่อง คิด Content ของแต่ละ Line Product จากนั้นวางแผนการใช้เครื่องมือสื่อสาร 5 ชนิด 5 Promotion Mix ซึ่งได้แก่ การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การตลาดทางตรง การใช้พนักงานขาย และการส่งเสริมการขาย ซึ่งทั้ง Above the line และ Below the line ของแต่ละสินค้าต้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน Brand ambassador คนนึงก็ดูแลทั้งงานภาพยนตร์โฆษณา งานถ่ายแบบสินค้า รวมถึงงาน Publics relations การออกอีเวนต์ต่างๆด้วย
หลัง (each product, each theme, each content, each IMC, each promotion mix)