วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

การสื่อสารในที่ประชม

1. ตรงต่อเวลา
2. ไม่ออกนอกเรื่อง focus topic
3. Voice of success แชร์ ประสบการณ์ เสียงของคนทำสำเร็จ มีความมั่นใจในตัวเอง การใช้น้ำเสียง
4. เลือกใช้คำที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
5. รับรู้ถึง body language ภาษากาย
6.เป็นผู้ฟังที่ดี
7. หลีกเลี่ยงสิ่งรบกวน เพื่อให้ประชุมเสร็จทันเวลา เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ 
cr. infinite growth

relationship management

How to win and influence people.
Become genuinely interested in other people, Smile, try to remember their name, good listener, talk their interest topics, and make them feel their are important person.


วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การเชื่อมโยงเครือข่ายสร้างฐานลูกค้าที่ยั่งยืน

การเชื่อมโยงเครือข่ายสร้างฐานลูกค้าที่ยั่งยืน


คือการเชื่อมโยงของกลุ่มของคนหรือกลุ่มองค์กรที่สมัครใจ รวมถึงใช้เครือข่ายดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสร้างและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าโดยผ่านทางต่างๆของลูกค้าได้ ในขณะที่รักษาฐานลูกเดิมก็แสวงหาลูกค้าใหม่

ผ่านช่องทางการติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ Line Social media จดหมาย รวมถึงการพบปะโดยตรง

การนัดพบปะตามโอกาส
 - บ้านลูกค้า
 - ที่ออฟฟิศเรา
 - งานอีเว้นต์ของบริษัท
 - งานพิธีของลูกค้าเช่น งานศพ งานบวช งานแต่ง
 - สถานที่กลาง เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ หอประชุม

เพื่อ สามารถติดต่อกับลูกได้ยิ่งขึ้น สร้างความสัมพันธ์อันดี สร้างความใกล้ชิด สร้างความไว้ใจ ตอบสนองได้ทันเวลา Voice of customers นำพาไบ่สู่การแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพ การบริการ รวมถึงการสร้าง Customer Loyalty นำไปสู่การบอกต่อ ปากต่อปาก และลูกค้าช่วยแก้ต่างให้บริษัท


วิสัยทัศน์ VISION เพื่อความยั่งยืน

1. เราจะสร้างช่องทาการติดต่อที่หลากหลาย ง่าย ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว
2. พัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า
3. มีกิจกรรมข่าวสารอัพเดรตให้ลูกค้าเข้าร่วมสม่ำเสมอ
4. มีของขวัญปีใหม่สำหรับ Partner และคำอวยพรสำหรับลูกค้าทุกราย
5. ตระหนักถึงความสำคัญและมุ่งมั่นคุณค่าให้กับลูกค้าและพนักงาน รวมถึง ผู้ถือหุ้น และ supplier
6. เชื่อมโยงธุรกิจ ช่วยเหลือสังคม และดูแลสิ่งแวดล้อม



ผลที่ต้องการ

Content creator
- ให้ความรู้

อาวุธลับ 3 ค. 1. ความรู้ 2. คู่ค้า 3. เครื่องมือ
- ให้เกิดโน้มน้าว
- ให้แรงบันดาลใจ
- ให้ความบันเทิง
Customer Engagement
- ร่วมสร้างแบรนด์ไปกับเรา
- Review ร่วมแบ่งปันประสบการณ์
- ร่วมแนะนำสินค้า refer
- ร่วมสร้างกระแส

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Principle of Graphic Design พื้นฐานของการออกแบบกราฟฟิก

พื้นฐานของการออกแบบกราฟฟิก


อย่าออกแบบเพื่อผู้ออกแบบ แต่ให้แบบเพื่อเพื่อนมนุษย์

การออกแบบคือการหาจุดกึ่งกลางระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะ

และต้องมีพื้นฐานทางศิลปะ และสามารถใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำเร็จรูปในการออกแบบได้
โปรแกรมที่ใช้ได้แก่ Adobe Illustrator Adobe Photoshop และ Adobe Indesign สำหรับออกแบบหนังสือและสิ่งพิมพ์
แต่สิ่งที่เป็นองค์ประกอบ ที่จะให้งานออกมาสมบูรณ์

1. รูปภาพ

2. Text ข้อความ ข้อความก็จะมีฟอนต์ที่แตกต่างกันและให้ความหมายแตกต่างกัน รวมถึงความสวยงาม ความเหมาะสม ขนาดของตัวอักษร ซึ่งในส่วนของ Header ย่อมที่จะมีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งจะเป็นข้อความที่บอกถึ่ง ชื่อหนังสือ ชื่อเรื่อง หัวข้อ

3. การใช้สี สีทุกสีมีความสวยงามในตัวของมัน ขึ้นอยู่กับการบอกเล่าเรื่องราวของเรา และเลือกสีไม่ให้มันขัดกันมากเกินไป ให้มันดูกลมกลืน เช่น ถ้าเอาสีแดงกับสีเขียวมาติดกัน มันก็ไม่กลมกลืนแล้ว แทนที่จะเป็น แดงส้มเหลือง เขียว ขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ดำ

4. รูปร่างรูปทรง เส้นต่างๆ รวมถึงขนาดของเส้น สีของเส้น เส้นรองรูปร่างความมีไหม

5. การเรียงลำดับของภาพ (Layer)

6. ความเด่นชัด คือตัวหนังสือต้องแตกต่าง อย่างกลมกลืนกับแบ็คกราว
7. ความบาลานซ์สมดุลของภาพ




8. การจัดเรียง ALIGNMENT header อยู่ไหน Body อยู่ไหน Image อยู่ไหน Bottom อยู่ไหน
9. ระยะห่าง Proximity การวาง space ของภาพอย่างเหมาะสม การชิดซ้าย ชิดขวา หนักบน หนักล่าง

10. แสงและเงา ต้องเป็นไปด้วยความเหมาะสม ไม่ยัดเยียดจนอึดอัดมากไป เน้นที่ตัว Header เป็นหลัก เพื่อเพิ่มความหรูหรา ให้กับตัวอักษร หรือภาพนั้น
งานออกแบบที่ดี ไม่ได้มีความหมายเฉพาะเจาะจงถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการสื่อความหมาย
ภาพบางภาพอาจจะมีแค่สีขาวและดำ แต่ถ้ามันถูกที่ถูกทางถูกเวลา อาจจะเป็นภาพที่ดี
ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละบุคคล รวมถึงเทคนิคเฉพาะตนเฉพาะด้านในสิ่งที่ตนถนัด
เช่นบางคน ถนัดงาน เวคเตอร์ บางคนถนัด วาดภาพด้วยดินสอ บางคนถนัดด้วยพู่กัน งานที่ดีอาจจะไม่ใช่งานที่สมบูรณ์แบบ บางงาน จะเว้นไว้ ให้คนอื่นนำไปต่อจินตนาการต่อ









วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

1mbps เท่ากับ กี่ KB/S

8 bits = 1Byte
8 Kbps = 1Kbyte/s
สมมติว่า 3G อัตราเป็น 14.0 mbps จะเท่ากับ 1.75 Mbyte/s
ถ้า 20 Megabit per second จะเท่ากับ 2.5 Mbyte/s
ถ้า 512mbps จะเท่ากับ 64KB/S
284mbps จะเท่ากับ 35.5KB/S นั่นหมายความว่า 1 นาที สามารถดาวโหลดได้ 2130KB/S หรือ 2.08MB
ปกติ ไฟล์วีดีโอ ยูทป ถ้าชมด้วยอัตรา 360P ไฟล์จะมีขนาดประมาณ 19MB
นั่นก็หมายความว่า ถ้าเนต 284mbps โหลดอัตรา 35.5KB/S จะโหลดไฟล์ 19 MB ด้วยเวลา ประมาณ 9.05 นาที
เวลา เราอยากดาวน์โหลดอะไรสักอย่าง เราอยากรู้ว่าตอนนี้เนตเราความเร็วเท่าไหร่ ไม่ต้องเข้าเวป speedtest.net ให้ยาก
เอาอัตรา ดาวน์โหลด ที่แสดงบนหน้าเวปเบราเซอร์ มาคูณ 8
จะทำให้รู้เลย ว่าเนตคุณดาวโหลดด้วยอัตราความเร็วกี่เม็ก
ถ้าวิ่ง 70KB/S ก็เท่ากับ 560kbps
แล้วถ้า ไม่มี AI ที่แสดงอัตราเร็วเป็น KB/S หรือ MB/S
ให้จับเวลา Start แล้ว STOP ปรากฎว่า 3 นาที 11 วินาที
ไฟล์ที่ดาวน์โหลด เรารู้อยู่แล้ว แค่เอาเมาส์ชี้ค้างไว้ หรือคลิ๊กขวา Properties สมมุติ ไฟล์มีขนาด 20MB
เวลาที่ใช้ 191 วินาที ไฟล์ขนาด 20480KB
20480/191 = 107.22KB/S
107.22KB/S คูณ 8 = 857.76Kbps

อยากมี อยากรวยมันอยู่ที่หัวใจ

อยากมี อยากรวยมันอยู่ที่หัวใจ
ผมเกิดในครอบครัวชาวนา
ตอนประถมผมเรียนโรงเรียนในหมู่บ้าน คือโรงเรียนบ้านหนองตานา
ตอนม.ต้น เรียนโรงเรียนประจำอำเภอ คือโรงเรียนหนองบัวระเหววิทยาคาร
ประถมถึงม.ต้น เรียนฟรี ไม่มีค่าเทอม เพราะนโยบายรัฐบาล
ตอนม.ปลาย ผมสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัด คือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ยื่นกู้ กยศ.
ตอนป.ตรี สอบเข้าเรียน ธุรกิจระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ ผมก็กู้กยศ. แถมเป็นเด็กวัด วัดป่ากู่แก้วอีก
ตอนป.โท พ่อแม่ผม กู้ธกส.ให้ มาจ่ายค่าเทอม
ตอนออกรถใหม่ ก็ได้ กรุงศรีออโต้ ไม่ต้องมีคนค้ำ
มอไซด์ MSX ผมก็ดาวน์แค่ 9000 กู้กับกรุ๊ปลีส ไม่ต้องมีคนค้ำ
ตอนมีบ้านหลังใหม่ ผมก็ยื่นกู้กับธนาคารออมสิน ไม่ต้องมีคนค้ำ
ดูสิ รัฐสวัสดิการ ดีขนาดนี้ แค่คุณทำตัวให้ดี อย่าไปติดเครดิตแบล็คลิส คุณก็มีทุกอย่าง แค่รอระยะเวลาที่เหมาะสม พยายามทำงานแต่ละที่ ให้ครบปี หอพักก็อย่าเปลี่ยนบ่อย อยู่ให้ครบปี แล้วยื่นกู้ ที่ไหนคุณก็ผ่าน


วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปัญหาราคาข้าว

ปัญหาราคาข้าว
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
1. รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์
2. รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ
3. พาณิชย์จังหวัด
4. เกษตรอำเภอ
5. สหกรณ์การเกษตรอำเภอ
6. ธกส.
7. ตัวแทนชาวนา
8. ตัวแทนโรงสี
9. ตัวแทนผู้ส่งออกข้าว
10. ตัวแทนบริษัทค้าปลีกข้าว เช่น ข้าวตราฉัตร ฯลฯ
ต้องคุยกันครับ ให้ใครขับเคลื่อนอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้
ถ้าชาวนาไม่ขายข้าว ชาวนาไม่ตาย โรงสีสิจะตาย ผู้ส่งออกข้าวสิจะตาย ผู้ขายข้าวถุง ก็จะตาย GDP ประเทศก็ลดลง เพราะส่งออกข้าวได้น้อยลง
ลองชาวนาไม่ขายข้าวเปลือกดูไหมสัก 3 เดือน พร้อมกันทั้งประเทศ
ถ้ารัฐบาลไม่หา Demand นอกประเทศพึ่ง demand ในประเทศอย่างเดียวไม่ได้หรอก Supply ท่วม demand ราคาก็ถูกอย่างงี้ เอกชนผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ ต้องเพิ่มการส่งออกให้มากกว่านี้ หาฐานลูกเพิ่ม ขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศใหม่ๆ ต้องทำการตลาด ขยายช่องทางจำหน่าย เพื่อสร้าง demand เพิ่ม