วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

พิธีเจริญพระพุทธมนต์

 นิมนต์พระมาเป็นจำนวนคี่ครับ เจริญพระพุทธมนต์ คือ นิมนต์พระมาสวดพระปริต 7 ตำนาน ที่เวลาอาราธนา ขึ้นต้นด้วย วิะปะติปติพาหายะ (อาราธนาพระปริต)
สำคัญที่สุดต้องรีบนิมนต์บุ๊คคิวพระให้ได้ก่อนครับ นัดวันเวลาที่แน่นอน แล้วตกลงกับพระท่านให้ชัดเจนว่าให้ท่านมาเองหรือเราจะไปรับ
ต้องถามท่านด้วยว่าท่านมีรถมาไหม
และถ้าเช้า ต้องให้ฉันเช้าด้วย ถ้าเพลต้องให้ฉันเพลด้วย ถ้าไม่สะดวกให้พระฉัน ก็ต้องแต่งปิ่นโตให้ท่านกลับไปฉันที่วัดครับ
เว้นแต่เย็นครับ
เตรียม
1.โต๊ะหมู่บูชา และพุทธรูปองค์พระธาน
2.ตาละปัด
3.บาตรน้ำมนต์ และกำหญ้าที่พระตะหวัดน้ำมนต์ เทียนสำหรับน้ำมนต์ และดอกไม้ธูปเทียน ไฟแช๊ค สายสินธ์ม้วนๆ
4.อาสนะ ครบทุกองค์
5.กระโถน ครบทุกองค์
6.ทิชชู ครบทุกองค์
7.แก้วน้ำ หรือขวดน้ำเปล่า ครบทุกองค์
8.ถังสังฆทานขั้นต่ำ 1 ถัง
9.ซองปัจจัยครบทุกองค์
10. กรวยขัน 5  สี่ทิศ เหนือใต้ออกตก
11. ภัตตาหาร หรือ ปิ่นโต แล้วแต่สะดวก
12. พาข้าวพระพุทธ สำหรับถวายข้าวพระพุทธ
13. หมอนสำหรับเจ้าบ้านหรือประธานในพิธีกราบตอนจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

คนอยู่หรือคนไปล้วนมายา

 คนอยู่หรือคนไปล้วนมายา

คนอยู่ไม่อยากไป

คนไปด่าคนอยู่

อยู่ก็บ่าย

ไปก็เที่ยง

แล้วแต่ใจปรารถนา

อยู่นานไม่มีเวลาสิ้นสุด

ไปแล้วไปลับไม่กลับมา

โลกนี้กว้างใหญ่แต่มีขอบเขต

แต่จักรวาลกว้างไกลไม่มีขอบเขต

เวลาและจักรวาลคือสิ่งที่กว้างใหญ่ยาวไกลไม่มีสิ้นสุด

โลกที่ตาเห็นคนละโลกกับโลกหลังความตาย

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

คาถามหาเสห่น์

 พะทะนะมะ

พะ คือไฟเร่าร้อนเผาหัวใจมึง อยู่มิได้

ร้องไห้มาหากู

ทะ คือลมให้เกิดเป็นพัชชะวาตพัดดวงใจ

มึงให้ปั่นป่วนอยู่ไม่ได้ร้องไห้มาหากู

นะ คือน้ำ ท่วมท้นหัวใจมึง อยู่ไม่ได้

ร้องไห้มาหากู

มะ คือดินโถมทับหัวใจมึง อยู่มิได้

ร้องไห้มาหากู

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ใบ “โพธิ์” เป็นสัญลักษณ์แห่ง “พุทธะ” เพราะเป็นดั่ง

 




ใบ “โพธิ์” เป็นสัญลักษณ์แห่ง “พุทธะ” เพราะเป็นดั่งเครื่องหมายที่บ่งบอกถึง “การรู้ ตื่น และเบิกบาน” เหนือกาลเวลา  ด้วยเหตุนี้ การเกิดขึ้นของต้นโพธิ์ จึงหมายถึงการเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าและการเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าก็เปรียบได้กับการเกิดขึ้นของใบโพธิ์ เช่นกัน


ในพระไตรปิฏก  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 25 ขุททกนิกาย  โคตมพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 28 พระนามว่า พระโคตมพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรประพฤติทุกรกิริยาอยู่ 6 ปี จึงได้ประทับตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้อัสสัตถะ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชลา ซึ่ง “ต้นอัสสัตถะหรืออัสสัตถพฤกษ์” รู้จักกันดีในชื่อของ ต้นโพธิ์หรือพระศรีมหาโพธิ์ นับได้ว่าเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในพระพุทธประวัติอีกชนิดหนึ่ง เพราะเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารในระหว่างบำเพ็ญเพียรภาวนาเพื่อค้นหาสัจธรรมนั้น พระองค์ได้ทรงเลือกนั่งประทับที่โคนต้นโพธิ์จนกระทั่งพระองค์ได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ คือ อริยสัจ 4 อันประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค เมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ขณะที่กรอบแนวคิดที่เป็นดั่งสายป่านส่งต่อให้ชาวพุทธเข้าใจถึงสัจจธรรมของต้น “โพธิ์”  เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่ง “พุทธะ” คือ การรู้ ตื่น และ เบิกบาน   เพื่อให้เราก้าวย่างให้ถึงซึ่งสามสิ่งนี้

1. การรู้  หมายถึง รู้ว่าอะไรเป็นอะไ รชีวิตนี้เกิดมาทำไม  การที่พระพุทธเจ้าได้ใช้ “ปัญญา” เป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นปัญญาที่หลุดพ้นจากกิเลสและอวิชชา และบัญชาชีวิตของพระองค์มาหลายร้อยชาติ  

2. การตื่น หมายถึง ละเลิกจากการใช้ชีวิต ด้วยความโลภ โกรธ หลง  การที่พระพุทธเจ้าทรงมีดวงจิตที่เปี่ยมไปด้วย “สติ” ความระลึกได้และรู้สึกตัว ตื่นจากความหลับไหล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตื่นจากกิเลสที่เป็นเครื่องร้อยรัดให้ลุ่มหลงและมัวเมา 

 3. การเบิกบาน หมายถึง ออกจากความโลภโกรธ หลง  ดั่งเช่น สภาพจิตของพระองค์ได้ “เบิกบาน” เพื่อรองรับสายธารแห่งสัจธรรมความจริง ซึ่งเปรียบได้ดั่งบัวบานไม่มีวัน “หุบ” ไร้ซึ่งความมืดมัวแห่งอวิชชาที่จะเข้ามาครอบงำจิตใจ

เรียบเรียงโดยเพจ ภาพใบโพธิ์ ZenKa

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

คาถาเทวดาคุ้มครอง ตำราที่หลวงปู่กวยจดบันทึกไว้

 คาถาเทวดาคุ้มครอง ตำราที่หลวงปู่กวยจดบันทึกไว้



ตั้งนะโม 3 จบ


▪︎เทวากานนะนิกาเทถาหิกาสัมสัม

กาทากาเร กะถิสัมวายะยะ

ภะสัมนินะอะมัน พุระมะยูปุตุยะฯ


พระคาถานี้ภาวนาถึงจัตุมหาราธิกา

ถ้าจัตุเห็นคนนะรักทั้งหลาย ให้นั่งสมาธิบ่ายหน้าไปทางทิศบูรพา ให้ตั้งสติสำรวมจึงสวด 4 จบ 

"เมื่อเที่ยงคืน" ผู้ร้ายทำร้ายเรามิได้เลย 


▪︎ถ้าจะปราถนาแก้วแหวนเงินทองอาหารก็ดี ให้บ่ายหน้าไปทางทิศอิสาน สวด 2 จบ 


▪︎ถ้าจะให้เทวดารักษาก็ดีมิให้ไข้เจ็บก็ดี และจะให้รักเราก็ดี ให้สวด 15 จบ 


พระพุทธเจ้าภาวนาเป็นอารมย์ จิตจะมาได้รักเป็นพระพุทธเจ้าแลฯ 

#ถ้ามีผู้ใดพบพระธรรมบทนี้เหมือนได้พบพระพุทธเจ้า28พระองค์แลฯ


▪︎พามานา อุ กะสะนันทูฯ

คาถาสวดมนต์มิได้ไปนรกเลย🥰


ศิษย์หลวงพ่อกวย ชุตินธโร

วัดโฆสิตาราม (วัดบ้านแค) จ.ชัยนาท

ให้เจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

 ให้เจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ซึ่งเป็นวิหารธรรมของพรหม เรียกว่า พรหมวิหาร 4 เจอสิ่งที่ไม่พอใจ ให้อุเบกขา เจอสิ่งที่ต้องช่วยเหลือต้องเมตตา กรุณา เจอบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ต้องมุทิตา พลอยยินดี ไปกับเขา แม้ว่าเราจะไม่ใช่พระอรหันต์ แต่ก็เอาพรหมวิหาร 4 ข่มจิตข่มใจตัวเองไปเรื่อยๆ ขัดเกลากิเลสภายในใจให้เบาบาง ต้องปล่อยวาง ต้องมีเมตตา ต่อสรรพสัตว์ ต่อเพื่อนมนุษย์ แม้แต่ต่อศัตรูผู้ปองร้าย ถือว่าเราเป็นคู่กรรมคู่เวรเขามาแต่ชาติปางก่อน ควรให้อภัยเขา แล้วบอกว่าเจ้าไปซะ ต่างคนต่างอยู่ ก็เมตตาเขา อภัยเขา อุเบกขาให้กับเขา




เมื่อตัดเวทนาได้ เจริญเวทนานุสติปัฏฐาน ก้าวข้ามพ้นความเจ็บปวดไปได้

 เมื่อตัดเวทนาได้ เจริญเวทนานุสติปัฏฐาน ก้าวข้ามพ้นความเจ็บปวดไปได้




ไฟนรกใดก็ไม่สามารถทำลายได้
ไฟใดๆ ก็ไม่ทำให้ผู้รู้ เจ็บปวดได้
จิตของพุทธะสูงกว่าที่จะลงนรก
เหมือนแก๊ส ไฮโดรเจน ฮีเลียม ที่พาบอลลูนลอยขึ้นฟ้า ฉันนั้น
เมื่อเวทนาดับก่อนตาย คือตายแบบไม่มีความเจ็บปวดทรมาน ขั้นต่ำคือพรหมโลก เพราะตายขณะเข้าฌาน สูงสุดคือนิพพาน เพราะละขันธ์ 5 ทิ้งขันธ์อันเป็นของหนักนี้ไปได้
มันสำคัญที่ตายก่อนตาย
เราต้องไปหามันก่อน
ก่อนที่มันจะมาหาเรา
การภาวนานี่คือการซ้อมตาย
พระธุดงค์สมัยก่อนเขาไปนั่งในป่า เขาภาวนาไว้เลยว่าถ้ากรรมเคยฆ่าเสือก็ให้เสือมันมากิน เอ้าตายเป็นตาย
การตั้งสัจจะก่อนบำเพ็ญภาวนานั่งสมาธิวิปัสสนาจึงสำคัญมาก
ถ้าไม่ได้ปัญญา จะไม่ลุกจะไม่ไปบิณฑบาตกินข้าวอดข้าวเป็นมื้อๆไปเลย ตัวอย่างหลวงตามหาบัวนั่งจนก้นท่านแตกเลย การบำเพ็ญวิริยะบารมี ขันติบารมี เนกขัมมะบารมีจึงมีความสำคัญมาก
นิพพานอยู่ฟากตายเด้อ ต้องเอาความตายมาแลกถึงจะได้ถึงจะพ้นทุกข์ ถ้าไม่กล้าทานขันธ์5 รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ สังขารขันธ์ให้กับพระพุทธเจ้า พระพุทธศาสนาแล้ว ย่อมไม่ถึงแก่นของพระธรรมคำสอน
ทานที่ประเสริฐคือทานขันธ์ 5 นี่แหละสละทิ้งคืนไว้แก่โลก
เหมือนเราจะเปลี่ยนชุดเปลี่ยนเสื้อผ้านี่แหละ ต้องถอดเสื้อผ้าตัวเก่าก่อน ถึงจะได้ใส่ชุดใหม่
เป็นคนใหม่ เป็นคนทิพย์ ที่เข้าถึงโลกทิพย์ มองโลกเป็นทิพย์ไปหมด อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง เอวังฯ